สถาบันหลักคำสอนพระคัมภีร์

สำหรับผู้ที่สอนใจในพระคำของพระเจ้า

พระสัญญาจากพระคำของพระเจ้า

(Promises from the Bible)

 

ผู้ที่ไปข้างหน้าคือพระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงสถิตอยู่ด้วย พระองค์จะไม่ทรงปล่อยท่านให้ล้มเหลวหรือทอดทิ้งท่านเสีย อย่ากลัวและอย่าขยาดเลย (เฉลยธรรมบัญญัติ 31:8)

 

พระองค์ทรงเป็นศิลา พระราชกิจของพระองค์ก็สมบูรณ์ พระมรรคาทั้งหลายของพระองค์ก็ยุติธรรม พระเจ้าที่เที่ยงธรรมและปราศจากความชั่วช้า พระองค์ทรงยุติธรรมและเที่ยงตรง

(เฉลยธรรมบัญญัติ 32:4)

 

ข้าพระองค์จะเอนกายลงนอนหลับในความสันติ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า

เพราะพระองค์เท่านั้นที่ทรงกระทำ  ให้ข้าพระองค์อาศัยอยู่อย่างปลอดภัย

(สดุดี 4:8)

 

สำหรับพระเจ้าพระองค์นี้ พระมรรคาของพระองค์ดีเลิศทุกประการ พระวจนะของพระองค์พิสูจน์แล้วเป็นความจริง พระองค์ทรงเป็นโล่สำหรับทุกคนที่วางใจในพระองค์ (สดุดี 18:30)

 

พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยงดูข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไม่ขัดสน (สดุดี 23:1)

 

จงมอบทางของท่านไว้กับพระผู้เป็นเจ้า วางใจในพระองค์

และพระองค์จะทรงกระทำให้สำเร็จ (สดุดี 37:5)

 

เพราะพระผู้เป็นเจ้าทรงรักความยุติธรรม พระองค์จะไม่ทอดทิ้งคนของพระองค์

จะทรงสงวนคนเหล่านั้นไว้เป็นนิตย์ (สดุดี 37:28ก)

 

เพราะพระผู้เป็นเจ้าประเสริฐ ความเมตตาของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์

และความจริงของพระองค์ดำรงอยู่ทุกชั่วอายุ (สดุดี 100:5)

 

จงวางใจในพระผู้เป็นเจ้าด้วยสุดใจของเจ้า และอย่าพึ่งพาความเข้าใจของตนเอง จงยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเจ้า และพระองค์จะทรงกระทำให้วิถีของเจ้าราบรื่น (สุภาษิต 3:4-5)

 

“จงทูลเรา และเราจะตอบเจ้า และจะสำแดงสิ่งที่ใหญ่ยิ่งและที่มีอำนาจใหญ่โต

ซึ่งเจ้าไม่รู้นั้นให้แก่เจ้า” (เยเรมีย์ 33:3)

 

เพราะพระเมตตาของพระผู้เป็นเจ้าเราจึงไม่ถูกทำลาย เพราะพระเมตตาของพระองค์ไม่มีสิ้นสุด เป็นของใหม่อยู่ทุกเวลาเช้า ความสัตย์ซื่อของพระองค์ใหญ่ยิ่งนัก (บทเพลงคร่ำครวญ 3:22-23)

 

 ผู้ที่จิตใจผยองขึ้นก็ไม่เที่ยงธรรม แต่ว่าคนชอบธรรมจะมีชีวิตดำรงอยู่โดยความเชื่อ (ฮาบากุก 2:4)

 

บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อย [เหนื่อยเพราะการทำบุญทำดีจากพลังของตัวเอง] และแบกภาระหนัก [ยังรู้สึกผิดเพราะรู้ว่าตัวเองยังเป็นคนบาป] จงมาหาเรา [เชื่อในพระเยซูคริสต์] และเราจะให้ท่านทั้งหลายหายเหนื่อยเป็นสุข [จะไม่ต้องพึ่งศาสนาและการกระทำดีอีกต่อไป เพราะเป็นลูกของพระเจ้าแล้ว] (มัทธิว 11:28)

 

เพราะว่าไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งพระเจ้าทรงกระทำไม่ได้ (ลูกา 11:28)

 

ถ้าท่านทั้งหลายดำรงอยู่ในคำของเรา ท่านก็เป็นสาวกของเราอย่างแท้จริง และท่านทั้งหลายจะรู้จักความจริง และความจริงนั้นจะทำให้ท่านทั้งหลายเป็นอิสระ (ยอห์น 8:31-32)

 

เราให้ชีวิตนิรันดร์แก่แกะนั้น และแกะนั้นจะไม่พินาศเลย และจะไม่มีผู้ใดแย่งชิงแกะเหล่านั้นไปจากมือของเราได้ (ยอห์น 10:28)

พระวิญญาณบริสุทธิ์ ....จะทรงสอนท่านทั้งหลายทุกสิ่ง และจะให้ท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เรา

[พระเยซูคริสต์] ได้กล่าวไว้แก่ท่านแล้ว (ยอห์น 14:26)

 

เหตุฉะนั้น การลงโทษจึงไม่มีแก่คนทั้งหลายที่อยู่ในพระเยซูคริสต์ (โรม 8:1)

 

ถ้าพระเจ้าทรงอยู่ฝ่ายเรา ใครจะขัดขวางเราได้  (โรม 8:31)

 

ไม่มีการทดสอบใดๆเกิดขึ้นกับท่าน นอกเหนือจากการทดสอบ ซึ่งเคยเกิดกับมนุษย์ทั้งหลาย แต่พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ พระองค์จะไม่ทรงให้ท่านต้องถูกทดสอบเกินกว่าที่ท่านจะทนได้ แต่เมื่อท่านถูกทดสอบนั้น พระองค์จะทรงโปรดให้ท่านมีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ด้วย เพื่อท่านจะมีกำลังทนได้

[อย่างมีความสุข] (1 โครินธ์ 10:13)

 

เพราะเราดำเนินโดยความเชื่อ มิใช่ตามที่ตามองเห็น (2 โครินธ์ 5:7)

 

เพราะท่านทั้งหลายได้รอดแล้ว โดยพระคุณ  เพราะความเชื่อ และสิ่งนี้ [ความรอด] มิใช่โดยตัวท่านทั้งหลายเอง แต่เป็นของขวัญจากพระเจ้า (เอเฟซัส 2:8)

 

พระองค์ผู้ทรงฤทธิ์สามารถกระทำมากยิ่งกว่าที่เราจะทูลขอหรือคิดได้ (เอเฟซัส 3:20ก)

อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ แล้วสันติสุขแห่งพระเจ้า ซึ่งเกินความเข้าใจทุกอย่าง จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์ (ฟิลิปปี 4:6-7)

 

และพระเจ้าของข้าพเจ้าจะประทานสิ่งสารพัดตามที่ท่านต้องการนั้นจากทรัพย์อันรุ่งเรืองของพระองค์โดยพระเยซูคริสต์ (ฟิลิปปี 4:19)

 

จงขอบพระคุณพระเจ้าในทุกกรณี เพราะนี่แหละเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าในพระเยซูคริสต์เพื่อท่านทั้งหลาย (1 เธสะโลนิกา 5:18)

เพราะว่าพระคำของพระเจ้านั้นมีชีวิต และทรงพลานุภาพอยู่เสมอ คมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ แทงทะลุกระทั่งจิตใจและวิญญาณออกจากกันได้ และข้อกระดูกและไขในกระดูก และเป็นผู้วินิจฉัยความคิดและความมุ่งหมายของใจ  (ฮีบรู 4:12)

 

พระเยซูคริสต์ยังทรงเหมือนเดิมในเวลาวานนี้ และเวลาวันนี้ และต่อๆไปเป็นนิจกาล (ฮีบรู 13:8)

 

พระองค์จึงได้ทรงประทานพระสัญญาอันประเสริฐและใหญ่ยิ่งแก่เรา เพื่อว่าด้วยพระสัญญาเหล่านี้ ท่านทั้งหลายจะพ้นจากความเสื่อมโทรมที่มีอยู่ในโลกนี้เพราะตัณหา และจะได้รับส่วนในสภาพของพระองค์ (2 เปโตร 1:4)

 

ลูกเล็กๆทั้งหลายเอ๋ย ท่านเป็นฝ่ายพระเจ้า และได้ชนะเขาเหล่านั้น เพราะว่าพระองค์ผู้สถิตอยู่ในท่านทั้งหลายเป็นใหญ่กว่าผู้นั้นที่อยู่ในโลก (1 ยอห์น 4:4)

 

พระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาทุกๆหยดจากตาของเขา ความตายจะไม่มีอีกต่อไป ความคร่ำครวญ การร้องไห้ และการเจ็บปวดจะไม่มีอีกต่อไป เพราะยุคเดิมนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว (วิวรณ์ 21:4)