สถาบันหลักคำสอนพระคัมภีร์

สำหรับผู้ที่สอนใจในพระคำของพระเจ้า

บทเรียนพระคัมภีร์สำหรับเยาวชน

"ปฐมกาล" (บทเรียน 7-9)

 

บทที่ 8

 

วิธีการทรงสร้างมนุษย์

 

คำศัพท์ :  อาดัม ชีวิตนิรันดร์ สวนเอเดน วิญญาณของมนุษย์ (spirit) จิตใจ (soul)

         

ข้อพระคัมภีร์ : “พระเจ้าได้ทรงสร้างมนุษย์ตามแบบพระฉายาของพระองค์ พระองค์ได้ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามแบบพระฉายาของพระเจ้า พระองค์ได้ทรงสร้างพวกเขาให้เป็นชายและหญิง” (ปฐมกาล 1:26)

                                        

บทความ :  น้องเกิดจากพ่อแม่ของน้อง   พ่อและแม่ของน้องก็เกิดมาจากคุณพ่อและคุณแม่ของพวกเขา แต่นาน...มาแล้วก่อนหน้านี้ มีชายคนหนึ่งซึ่งไม่มีทั้งแม่และพ่อ เขาเป็นผู้ชายคนแรกของโลก เราจะเรียนรู้ถึงวิธีที่พระเจ้าทรงสร้างผู้ชายคนแรกคนนี้ด้วยกัน


        หลังจากที่พระเจ้าเสร็จงานสร้างท้องฟ้าและแผ่นดินโลก พืชผักและสัตว์ต่างๆ พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ตามฉายาตามอย่างพระองค์ (ปฐมกาล 1:27) แต่พระองค์ทรงสร้างมนุษย์อย่างไรล่ะ? พระเจ้าทรงสร้างร่างกายของมนุษย์ด้วยวิธีพิเศษ ไม่เหมือนพวกสัตว์ทั้งหลาย พระองค์บอกเราไว้ในพระคัมภีร์ว่า

 

                                 “พระเจ้าทรงปั้นมนุษย์ด้วยผงคลีดิน” (ปฐมกาล 2:7ก)

 

        โปตัสเซียม ไนโตรเจน คาร์บอน และโซเดียม คือแร่ธาตุเพียงบางอย่างที่อยู่ในผงคลีดิน พระเจ้าทรงใช้แร่ธาตุต่างๆจากดินมาสร้างเป็นร่างกายของมนุษย์คนแรก

        พระเจ้าทรงปั้นอวัยวะภายในของมนุษย์ด้วย เช่น กระดูก หัวใจ ปอด เส้นเลือด กระเพาะอาหาร พระองค์ทรงปั้นเท้าและขา แขนและมือ ลำตัว คอ และศีรษะที่มีรูปทรงที่สมบูรณ์แบบ  ตอนนี้ร่างกายก็เสร็จสิ้นแล้ว แต่ยังคงเป็นแค่ร่างที่ปั้นจากผงคลีดิน ไม่ต่างจากรูปปั้นที่เห็นทั่วไป มีตาแต่มองไม่เห็น มีหูแต่ไม่ได้ยิน มีปากแต่ไม่พูด สมองก็ยังคิดอะไรมิได้เลย เพราะว่าร่างที่พระเจ้าปั้นนั้นยังไม่มีชีวิต!

“พระเจ้าระบายลมปราณเข้าทางจมูก มนุษย์จึงกลายเป็นผู้มีชีวิต”

(ปฐมกาล 2:7ข)

 

        ในทันใดนั้นมนุษย์ก็มีชีวิตและรู้จักตัวเอง เขากระพริบตา เขามองเห็น! เขาพูดได้ เดินได้ วิ่งได้ และที่สำคัญ คือ เขาสามารถคิดและตัดสินใจด้วยความคิดเสรีภาพในการตัดสินใจได้! พระเจ้าทรงสร้างร่างกายมนุษย์จากผงคลีดิน แต่ทรงเนรมิตสร้างจิตใจ (soul) และวิญญาณ (spirit) แล้วใส่ไว้กับร่างกายนั้น

        ร่างของมนุษย์เป็นเพียงระบบทางชีววิทยาเท่านั้น เมื่อพระเจ้าทรงระบายลมปราณเข้าไปในร่างนั้น พระองค์ได้ทรงประทาน ชีวิตฝ่ายจิตใจ (soul life) และ ชีวิตฝ่ายวิญญาณ (spirit life) มนุษย์คนนี้จึงประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ร่างกาย (body) คือ ที่อาศัยอยู่ชั่วคราวของจิตใจและวิญญาณจิตใจ (soul) ทำให้มนุษย์รู้และเข้าใจสิ่งต่างๆที่อยู่ในโลกรอบๆตัวเขา  และทำให้มนุษย์สามารถตัดสินใจ เขาจึงสามารถตอบสนองหรือเลือกที่จะปฎิเสธพระเจ้าได้ตามที่เขาปรารถนา และตามความอิสระในการตัดสินใจวิญญาณของมนุษย์ (human spirit) ซึ่งประทานชีวิตฝ่ายวิญญาณแก่เขา คือ การที่เขาสามารถรู้จัก เข้าใจ และรักพระเจ้า

        มนุษย์เป็นสิ่งทรงสร้างที่พิเศษมาก จิตใจของเราถูกสร้างขึ้นตามอย่างพระฉายาพระเจ้า เราคิดได้และจำสิ่งต่างๆได้ รู้ถูกรู้ผิด และกระทำการตัดสินใจได้

         ไม่มีใครสามารถเห็นพระบิดา (ยอห์น 1:18 กับ อพยพ 33:20) แต่เราสามารถรู้จักและเข้าใจพระเจ้าได้  เช่นเดียวกัน เราไม่สามารถเห็นจิตใจหรือวิญญาณของมนุษย์ได้ แต่เราสามารถเรียนรู้ที่จะรู้จักและเข้าใจตนเองได้ มนุษย์ทุกคนมีจิตใจ และคนที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ทุกคนก็ได้รับวิญญาณของมนุษย์จากพระเจ้า ณ เวลาเชื่อด้วย (ยูดา 19; 2 โครินธ์ 2:14)

        พระเจ้าทรงเรียกมนุษย์ที่พระองค์สร้างว่า “อาดัม” ซึ่งในภาษาฮีบรูมีความหมายว่า “ผู้ชาย” พระองค์ให้มนุษย์คนแรกคนนี้อยู่ในสวนที่สวยที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโลก สวนนั้นมีชื่อว่า “เอเดน” (ปฐมกาล 2:8)

 

การประยุกต์ใช้หลักคำสอนพระคัมภีร์ :

 

1. มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถให้ชีวิต  เมื่อน้องได้ออกมาจากท้องแม่ พระองค์ประทานจิตใจในร่างกายของน้อง น้องจึงกลายเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตทั้งทางร่างกายและจิตใจ

 

2. เมื่อน้องได้ตัดสินใจเชื่อในพระเยซูคริสต์แล้ว น้องได้บังเกิดฝ่ายวิญญาณ เป็นการเกิดครั้งที่สอง หรือที่พระเยซูคริสต์ทรงเรียกว่า “การบังเกิดใหม่”

 

“พระเยซูตรัสตอบเขาว่า ‘เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าผู้ใดไม่ได้บังเกิดใหม่

ผู้นั้นจะเห็นอาณาจักรของพระเจ้าไม่ได้’ ” (ยอห์น 3:3)

 

3. ถึงแม้ว่าน้องจะทำบาปสักกี่ครั้ง หรืออาจคิดที่จะเลิกเชื่อในพระเยซู น้องก็ไม่สามารถเปลี่ยนฐานะที่น้องเป็นบุตรของพระเจ้าได้ น้องก็ไม่มีวันสูญเสียความรอด น้องจะไม่เสียความรอดไปได้เลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งนี้เรียกว่า “ความรอดนิรันดร์” หรือ “ความมั่นคงนิรันดร์” (ภาษาอังกฤษเรียกว่า eternal security)

“เราให้ชีวิตนิรันดร์แก่แกะนั้น [พระคัมภีร์เรียกคนที่เชื่อในพระเยซูว่า “แกะ”] และแกะนั้นจะไม่พินาศเลย และจะไม่มีผู้ใดแย่งชิงแกะเหล่านั้นไปจากมือของเราได้” (ยอห์น 10:28)

บทที่ 9

การทรงสร้างผู้หญิง

 

หัวข้อเรื่อง  :  พระเจ้าทรงทราบความต้องการของเรา

 

คำศัพท์  : ผู้อุปถัมภ์   ความทรงจำ ทรัพย์อันรุ่งเรืองของพระเจ้า พระประสงค์

 

ข้อพระคัมภีร์ : “และพระเจ้าของข้าพเจ้าจะประทานสิ่งสารพัดที่พวกท่านขาดอยู่นั้น จากทรัพย์อันรุ่งเรืองของพระองค์ในพระเยซูคริสต์” (ฟิลลิปปี 4:19)

 

บทความ : อาดัมเที่ยวดูไปรอบๆสวน  เขาเห็นความแตกต่างของต้นไม้แต่ละชนิด ซึ่งต้นไม้ทุกต้น งามน่าดู และน่ากิน อาดัมเห็นสัตว์หลากหลายชนิดวิ่งเล่นไปในสวน  เขาเห็นแม่น้ำสายใหญ่ที่หล่อเลี้ยงต้นไม้ในสวนเอเดน ที่นี่ช่างงดงามจริงๆ (ปฐมกาล 2:8–12)

        พระเจ้าทรงให้อาดัมอยู่ในสวนเอเดน ให้ทำและรักษาสวน (ปฐมกาล 2:15) พระเจ้าได้นำสัตว์และนกทั้งหมดที่พระองค์ทรงสร้างมาให้อาดัม และอาดัมก็ได้ตั้งชื่อให้สัตว์เหล่านั้น พระเจ้าทรงประทานความรู้ให้อาดัมอย่างมหาศาล อาดัมจึงพูดได้ว่า  นี่คือช้าง นี่คือหมี นี่คือสิงโต และนี่คือไก่งวง อาดัมฉลาดมาก เขาจึงตั้งชื่อนกและสัตว์ทั้งหมด

        แต่อาดัมอยู่คนเดียว (ปฐมกาล 2:19–20) อาดัมรักพระเจ้า แต่เขาอยากมีเพื่อนสนิทสักคนที่เหมือนเขา สัตว์เลี้ยงก็ดูสวยงามดี แต่พวกมันเป็นเพื่อนสนิทกับมนุษย์ไม่ได้ สัตว์ก็ใช้ชีวิตอย่างสัตว์เท่านั้น มันไม่มีจิตใจเหมือนมนุษย์ มันคิดไม่ได้เหมือนเรา อาดัมมีสัตว์เลี้ยงมากมาย  แต่อาดัมก็ยังต้องการใครสักคนที่เหมือนเขา

        พระเจ้าทรงทราบว่าอาดัมต้องการเพื่อน ตั้งแต่ก่อนที่พระองค์จะทรงสร้างเขาเสียอีก ดังนั้นวันหนึ่ง พระเจ้าทรงสร้างผู้หญิง เพื่อเป็น “ผู้อุปถัมภ์” ของอาดัม (ปฐมกาล 2:18ข, 20) พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นแพทย์ประเสริฐ พระองค์ทำให้อาดัมหลับสนิท แล้วทรงชักกระดูกซี่โครงของเขาออกมาซี่หนึ่ง อาดัมหลับสนิทจนไม่รู้สึกอะไรเลย หลังจากที่พระเจ้าชักซี่โครงออกมาแล้ว พระองค์ทรงรักษาผิวหนังของอาดัมให้อย่างไม่เจ็บปวดและไม่มีแผลเป็น

 

“ส่วนกระดูกซี่โครงที่พระเจ้าได้ชักออกจากชายนั้น พระองค์ทรงสร้างให้เป็นหญิง

และทรงนำมาให้ชายนั้น” (ปฐมกาล 2:22)

 

        เมื่ออาดัมตื่นขึ้น เขากระพริบตา เขาเห็นพระเจ้าพระบุตรทรงเดินมาหาเขา พร้อมกับสิ่งทรงสร้างที่สวยงามที่สุดเท่าที่เคยเห็น

 

ชายจึงว่า “นี่แหละ กระดูกจากกระดูกของเรา เนื้อจากเนื้อของเรา

จะต้องเรียกว่าหญิง เพราะหญิงนี้ออกมาจากชาย” (ปฐมกาล 2:23)

 

        พระเจ้าบอกกับอาดัมว่าหญิงนี้เป็นภรรยาของเขา (ปฐมกาล 2:24; มัทธิว 19:4–5) งานของพระเจ้าสมบูรณ์แล้ว พระองค์ทรงสร้างจักรวาล โลก และทุกสิ่งสารพัด  เช่น ต้นไม้ พืชผัก และสัตว์ต่างๆ สุดท้าย พระองค์ทรงสร้างผู้ชายและผู้หญิง

 

“พระเจ้าทอดพระเนตรสิ่งทั้งปวงที่พระองค์ทรงสร้างไว้ ทรงเห็นว่าดีนัก

มีเวลาเย็นและเวลาเช้า เป็นวันที่หก” (ปฐมกาล 1:31)

 

       ตอนนี้ 6 วันแห่งการรื้อฟื้นโลกได้สิ้นสุดแล้ว ทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์และสวยงามตามพระประสงค์ของพระเจ้า พระองค์ทรงทรงกระทำอะไรต่อไป? พระคำของพระเจ้าบอกเราว่า

 

        “ในวันที่เจ็ดนั้นก็ทรงพักการงานทั้งสิ้นของพระองค์ที่ได้ทรงกระทำ” (ปฐมกาล 2:2ข)

 

        พระเจ้าต้องการพักผ่อนด้วยหรือ? ไม่เลย! ไม่มีอะไรที่ยากสำหรับพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพ พระองค์ทรงสร้างทุกสิ่งเสร็จลงแล้ว และพระเจ้าทรงทอดพระเนตรสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างว่าดีนัก พระเจ้าทรงยกเว้นวันที่ 7 ไว้เพื่อเป็นการระลึกถึงการทรงสร้างและการรื้อฟื้นโลกของพระองค์

การประยุกต์ใช้หลักคำสอนพระคัมภีร์ :

 

1.  ทุกสิ่งสารพัดพระเจ้าทรงสร้างเพื่อเรา และประทานให้เรา (ปฐมกาล 2:3; 1 โครินธ์ 4:7;  โคโลสี 1: 6; ยากอบ 1:17)  ไม่มีอะไรที่เราต้องปรับปรุงแก้ไขในสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างเสร็จไปแล้ว


2. พระเจ้าทรงคิดถึงเราเสมอ ทรงทราบทุกความต้องการของเรา เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับอาดัมและภรรยาของเขา ใช่แล้ว พระเจ้าทรงสร้างผู้ชายและผู้หญิง และพระเจ้าทรงประทานชีวิตแก่น้องด้วย พระเจ้าทรงทราบถึงความต้องการของทุกวันในชีวิตของน้อง ตั้งแต่ก่อนที่น้องจะเกิดเสียอีก!

 

“และพระเจ้าของข้าพเจ้าจะประทานสิ่งสารพัดที่พวกท่านขาดอยู่นั้น

จากทรัพย์อันรุ่งเรืองของพระองค์ในพระเยซูคริสต์” (ฟิลิปปี 4:19)

บทที่ 7

 

การรื้อฟื้นโลก : วันที่ 5 และ 6

 

หัวข้อเรื่อง : การทรงสร้างสัตว์ และมนุษยชาติ

 

คำศัพท์ : มนุษย์ มนุษยชาติ จิตใจ

 

ข้อพระคัมภีร์ : “ถึงผมของท่านทั้งหลายก็ทรงนับไว้แล้วทุกเส้น อย่ากลัวเลย ท่านทั้งหลายก็ประเสริฐกว่านกกระจาบหลายตัว” (ลูกา 12:7)

                                                  

บทความ  : ในวันที่ 5  พระเจ้าทรงสร้างสิ่งมีชีวิต เคลื่อนไหวไปมาในทะเล

 

“พระเจ้าตรัสว่า ‘น้ำจงอุดมด้วยฝูงสัตว์ที่มีชีวิต’ ” (ปฐมกาล 1:20ก)

 

        ปลาถูกสร้างให้เคลื่อนตัวไปในน้ำได้อย่างคล่องแคล่ว มันมีความคล่องตัวในการว่ายน้ำ ปลาไม่เดิน ดังนั้นจึงไม่ต้องมีขา แต่พระเจ้าให้ครีบและหางแทน เพื่อช่วยในการว่ายและบังคับทิศทางในน้ำ ปลาบินไปในอากาศไม่ได้เหมือนนก เพราะพระเจ้าสร้างบ้านไว้ให้มันอยู่ในน้ำ  ในวันเดียวกัน พระเจ้าสร้างสัตว์ทะเลด้วย

 

“พระเจ้าทรงสร้างสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ และสัตว์ที่มีชีวิตนานาชนิด

ซึ่งแหวกว่ายอยู่ในน้ำ เป็นฝูงตามชนิดของมัน”  (ปฐมกาล 1:21ก)

 

        ปลาวาฬบางตัวยาวกว่า 100 ฟุต และปลาหมึกบางชนิดสามารถสะท้อนแสงได้ บางชนิดก็มีดวงตาขนาดใหญ่ถึง 15 นิ้ว! ตอนนี้พระเจ้าทรงสร้างสิ่งมีชีวิตมากมายไว้ในน้ำแล้ว แต่ยังไม่มีสัตว์ในอากาศเลย ดังนั้น พระเจ้าจึงสร้างสิ่งมีชีวิตที่บินได้

 

“และนกต่างๆตามชนิดของมัน” (ปฐมกาล 1:21ข)

        ในไม่ช้าก็มีนกหลากหลายชนิดบินไปมา  มีนกแก้ว นกนางนวล นกอินทรี พระเจ้ายังสร้างนกบางชนิดที่บินไม่ได้เลย เช่น นกกีวี นกเพนกวิน (เอ๊ะ! หรือว่ามันบินในน้ำ!) มีนกบางชนิดไว้ให้เราชม ให้กิน ให้เลี้ยงเป็นเพื่อน และยังมีนกทำงาน เช่น บางคนชอบใช้ห่านช่วยเฝ้าบ้านเหมือนกับสนุข!

       ทั้งนกและปลาเกิดขึ้นและอาศัยอยู่กับครอบครัวของมัน ปลาว่ายอยู่กับครอบครัว เรียกว่า ฝูงปลา (school of fish); นกบินอยู่กับครอบครัวเรียกว่า ฝูงนก (flock of birds)  ที่พระเจ้าตรัสว่า “ตามชนิดของมัน” นั่นหมายความว่านกแก้วก็ต้องออกลูกเป็นนกแก้วเท่านั้น ปลาการ์ตูน ก็ต้องออกลูกเป็นปลาการ์ตูนตลอด

       ในวันที่ 5 พระเจ้าทรงสร้างสิ่งใหม่ๆ มากมาย และในวันที่ 6 เป็นวันที่พระเจ้าทรงทำการทรงสร้างเป็นวันสุดท้าย  จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ก็ยังมีพืชอยู่บนแผ่นดิน มีสัตว์มากมาย และมีปลาว่ายอยู่ในน้ำ และมีนกบินอยู่ในอากาศ ยังมีสัตว์อะไรอีก? นั่นก็คือสัตว์ที่อยู่บนพื้นดินและสัตว์ที่อยู่ใต้ดิน พระเจ้าทรงสร้างสัตว์เหล่านี้ในวันที่ 6 มี เสือ หมี จิงโจ้ แมว สุนัข งู และกบ พระเจ้าสร้างฮิปโปโปเตมัส แรด และช้างตัวมหึมา และพระองค์ก็ยังสร้างสัตว์เล็กๆด้วย เช่น กิ้งกือ มด และผีเสื้อที่แสนสวยในวันนี้ด้วย

 

“พระเจ้าทรงสร้างสัตว์ป่าตามชนิดของมัน สัตว์ใช้งานตามชนิดของมัน และ

 สัตว์ต่างๆที่เลื้อยคลานบนแผ่นดินตามชนิดของมัน” (ปฐมกาล 1:25ก)

“พระเจ้าทรงเห็นว่าดี และพระเจ้าทรง 

 อวยพระพรแก่สัตว์เหล่านั้นว่า “จงมี

 ลูกดกทวีมากขึ้น จนเต็มน้ำในทะเล

 และให้นกทวีมากขึ้นบนแผ่นดิน”  

  (ปฐมกาล 1:21ค–22)


       เช่นเดียวกับปลาและนก พระเจ้าทรงตั้งใจให้สัตว์บนแผ่นดินเกิดขึ้นมาและมีชีวิตอยู่ตามสายพันธุ์ของมัน  ดังนั้นจึงไม่มีการผสมข้ามพันธุ์กัน  เช่น  สุนัขกับกบ หรือ แมวกับหนู เป็นต้น พระเจ้าทรงสร้างธรรมชาติทุกสิ่งเพื่อให้โลกเป็นที่น่าอยู่ของมนุษย์ และทุกอย่างสอดคล้องกันอย่างน่าอัศจรรย์   แสงจากดวงอาทิตย์ทำให้โลกสว่างและอบอุ่น  แสงอาทิตย์นั้นทำงานพร้อมกับน้ำและแร่ธาตุที่อยู่ในดินเพื่อให้มีพืชผักสำหรับสัตว์และมนุษย์ได้กิน  สัตว์มีมากมายหลายชนิด พระเจ้าทรงสร้างบางชนิดเพื่อให้เรากิน บางชนิดให้ชมหรือบางชนิดไว้ใช้งาน หรือให้เลี้ยงไว้เพื่อเป็นเพื่อนของเรา  มีแมลงเล็กๆ เพื่อไว้ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมและช่วยรักษาระบบนิเวศน์ให้สมบูรณ์แบบ พระเจ้าทรงสร้างธรรมชาติได้สมบูรณ์แบบจริงๆ   พระคัมภีร์ได้บอกเราว่า

 

“และพระเจ้าทรงเห็นว่าดี” (ปฐมกาล 1:25ข)

การประยุกต์ใช้หลักคำสอน

 

1. พระเจ้าไม่เคยพลาด  ปลาและสัตว์ นกและแมลงต่างๆถูกสร้างขึ้นตามชนิดที่ควรเป็น เพราะว่าพระเจ้าทรงมีแผนการอย่างเฉพาะเจาะจงสำหรับพวกมัน พระเจ้ามีเหตุผลสำหรับทุกสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำ และพระเจ้าต้องการประทานสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับน้องเสมอ

 

2. พระเจ้าทรงรื้อฟื้นโลกอย่างสมบูรณ์แบบตามที่พระองค์ต้องการให้เป็น โลกเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับเรา   และสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ไม่สามารถทำลายได้   ถึงแม้โลกอาจจะร้อนขึ้น หรือน้ำมันอาจจะหมด หรือมีสัตว์บางชนิดสูญพันธุ์ไป  แต่โลกของเราจะยังคงอยู่จนถึงวันที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้  เพราะพระองค์ทรงควบคุมประวัติศาสตร์ และพระองค์ทรงทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อเราเสมอ

3. พอน้องได้ศึกษาเรื่องนี้จบแล้ว น้องคงตอบคำถามที่หลายคนคิดว่าไม่มีคำตอบ นั่นคือ “ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน?”  พระคัมภีร์บอกเราว่า ”พระองค์ทรงสร้างนกต่างๆ ตามชนิดของมัน” พระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่า “พระองค์ทรงสร้างไข่ต่างๆ ตามชนิดของมัน”